เสียงธรรมจากห้อง “เมตตาภิรมย์กรรมฐาน”
วันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม 2569
เรื่อง เมตตาสมาธิมาฆบูชาโปรดวันปลอดนรกการ
โดย อาจารย์ คณานันท์ ทวีโภค
กำหนดสติในความรู้สึกตัวทั่วพร้อม กำหนดรู้ทั่วร่างกาย ผ่อนคลายร่างกายกล้ามเนื้อทุกส่วน ปล่อยวาง พร้อมกับความรู้สึกปล่อยวาง ผ่อนคลาย ตัดร่างกายขันธ์5 ตัดผัสสะความรู้สึกที่เชื่อมโยงกับร่างกาย ผ่อนคลายปล่อยวาง สงบจากการปล่อยวาง ทรงสภาวะแห่งความสงบ จิตเป็นสุขจากการปล่อยวางในความยึดมั่นถือมั่นทั้งหลาย ทั้งร่างกายทั้งภารกิจการงานหน้าที่ ปล่อยวางจากทุกสิ่ง วางจนจิตของเราเข้าถึงความเบาสบายสงบของจิต
จากนั้นกำหนดสติ ทรงสภาวะเข้าสู่อานาปานสติกรรมฐาน จินตภาพเห็นลมหายใจเป็นเหมือนกับแพรวไหมพลิ้วผ่านเข้าออกในกาย ลมหายใจยิ่งละเอียด ราบรื่นต่อเนื่อง จิตยิ่งสงบ สบาย ร่มเย็น สติกำหนดดูกำหนดรู้อยู่กับลมหายใจตลอดทั้งสายตลอดทั้งกองลมนั้น สติไม่คลาดไม่สะดุดจากลมหายใจ ลมหายใจราบรื่นต่อเนื่องลื่นไหล สงบเบาสบาย
จากนั้นยกกำลังใจขึ้น กำหนดในลม กำหนดในจิต หยุดจิต นิ่งหยุด สงบ เข้าถึงเอกัคคตารมณ์ เข้าถึงอุเบกขารมณ์ เข้าถึงฌาน4ในอานาปานสติ สงบ นิ่ง หยุด หยุดความคิด หยุดการปรุงแต่ง หยุดอกุศลทั้งหลาย
จากนั้นเดินจิตต่อจากฌาน4ในอานา เข้าสู่ฌาน4ในกสิณ กำหนดในจุดที่หยุด ค่อยๆจินตภาพให้ปรากฏขึ้นเป็นดวงแก้วสว่าง จากดวงแก้วสว่างปรากฏขึ้น กลายเป็นจิตที่ประภัสสรเป็นเพชรประกายพรึกระยิบระยับแพรวพราว กำหนดจิตของเราทรงสภาวะในความเป็นปฏิภาคนิมิต เชื่อมโยงจิตกับนิมิตแห่งกสิณ จิตเป็นเพชรประกายพรึกสว่างระยิบระยับ ทรงสภาวะที่จิตเป็นประกายพรึกเป็นจิตประภัสสรไว้ ทรงฌานทรงอารมณ์ เพื่อให้เกิดตบะ เพื่อให้เกิดกำลังสมาธิที่สะสมตัว เพื่อจิตอันเป็นทิพย์ที่มีความเสถียรมีความตั้งมั่น สามารถยืนระยะความผ่องใสได้ตามที่เรากำหนดตามที่เราต้องการ จิตเป็นเพชรประกายพรึกสว่าง
จากนั้นกำหนดจิตอธิษฐาน ตั้งจิตรำลึกนึกถึงพระพุทธเจ้า กำหนดน้อมว่าสมาธิในสมถะทั้งหลาย การปล่อยวางตัดขันธ์5ทั้งหลาย เราตั้งจิตเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา เป็นปฏิบัติบูชา บูชาคุณพระพุทธเจ้าพระธรรมพระอริยสงฆ์ กำหนดน้อมอาราธนาให้องค์พระ จงมาปรากฏกลางจิตกลางใจ กลางจิตที่เป็นปฏิภาคนิมิตนั้น ขอจงปรากฏองค์พระพุทธปฏิมา เกิดกำลังพุทธานุภาพมาสถิตอยู่เป็นหนึ่งเดียวกับจิตของข้าพเจ้า พุทธานุภาพปรากฏสว่างชัดเจน ทรงสภาวะที่จิตเรามีองค์พระอยู่ภายใน องค์พระที่เป็นเพชรอยู่ภายในจิตที่เป็นเพชรสว่าง
จากนั้นอธิษฐานจิต ขอบารมีพุทธานุภาพ กำลังแห่งครูบาอาจารย์ที่ประสิทธิ์ประสาทสรรพวิชาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลวงพ่อปานวัดบางนมโค หลวงพ่อพระราชพรหมยานที่ประสิทธิ์ประสาทกำลังของมโนมยิทธิ ขอได้โปรดยกจิตของข้าพเจ้าขึ้นสู่พระนิพพาน ขอจิตจงปรากฏสภาวะเป็นกายพระวิสุทธิเทพสว่างอยู่บนพระนิพพาน เมื่อขึ้นไปแล้วก็กำหนดน้อมจิตกราบสมเด็จองค์ปฐม พรั่งพร้อมด้วยมหาสมาคมคือพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกพระองค์ พระอรหันต์ทุกๆพระองค์ บนพระนิพพาน ตั้งจิตกราบด้วยความนอบน้อมด้วยความเคารพ เมื่อขึ้นมากราบแล้วเราก็อธิษฐานจิต ว่าวันนี้เป็นวันพิเศษ คือเป็นวันพระใหญ่ เป็นมาฆบูชาดิถี ซึ่งเป็นวันสำคัญในพระพุทธศาสนา เราขึ้นมาปฏิบัติบูชาบนพระนิพพาน ขอบารมีพระพุทธองค์ทรงสงเคราะห์ ขอให้อทิสมานกายของข้าพเจ้า ได้ปรากฏในญาณเครื่องรู้ไปด้วยกายทิพย์ย้อนเป็นอตีตังสญาณ ไปเห็นภาพเหตุการณ์เมื่อสองพันห้าร้อยกว่าปีก่อน ในวันที่เป็นต้นกำเนิด วันที่พระภิกษุสงฆ์ซึ่งเป็นผู้บวชด้วยวิธีเอหิภิกษุอุปสัมปทา คือพระพุทธเจ้าเมตตาบวชให้โดยกล่าวว่า “เธอจงมาเป็นภิกษุเถิด” ท่านทั้งหลายก็ปรากฏเพศความเป็นพระภิกษุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ไม่ได้บันทึกไว้ ก็คือพระสงฆ์ทั้ง 1,250 รูปนั้น อันที่จริงเป็นพระที่ท่านได้ปฏิสัมภิทาญาณด้วยกันทั้งหมด ที่ว่ามาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายนั้น ไม่ได้นัดหมายกันโดยวาจาโดยกายเนื้อ แต่อันที่จริงแล้วพระพุทธองค์ท่านทรงเมตตาแสดงฉัพพรรณรังสีกายทิพย์ เมตตาปรากฏในนิมิตของแต่ละองค์ให้มาประชุมรวมกัน เนื่องจากการที่พระพุทธองค์ทรงประกาศในการเทศน์โอวาทปาติโมกข์นั้น อันที่จริงก็ให้เราดูต่อไป สิ่งนี้ถือว่าเป็นพุทธประเพณี พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ ว่าธรรมที่ท่านสอนในเรื่องของโอวาทปาติโมกข์นั้น แม้พระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ในกาลก่อน ก็กล่าวสอนไว้เช่นนี้เช่นกัน ดังนั้นไม่ว่าท่านใดที่ท่านเป็นพระโพธิสัตว์ในอนาคต ต่อไปก็ต้องมีวาระที่จะต้องแสดงธรรมโอวาทปาติโมกข์เช่นนี้ด้วยเช่นกัน
โดยเนื้อหาหลักสำคัญนั้นก็ปรากฏว่า
- ให้เราสร้างกุศลทั้งหลายให้ถึงพร้อมทางกายวาจาใจ
- ละจากบาปการทำความชั่วอกุศลทั้งหลาย
- และสุดท้ายก็คือทำจิตให้ผ่องแผ้วเบิกบาน
ตอนนี้ก็ให้เราเห็นภาพท่านทั้งหลายที่มารวมตัวกัน พระอรหันต์ทุกท่านทั้ง 1,250 รูป มาประชุมกันในวันเพ็ญ พระพุทธเจ้าก็ทรงตรัส เพื่อให้บอกในการประกาศศาสนาต่อไปว่า แก่นเนื้อหาหลักสำคัญของพระพุทธศาสนาก็คือโอวาทปาติโมกข์นี้ ไม่ทำบาปไม่ทำชั่ว สร้างกุศลให้ถึงพร้อม ยังจิตให้ผ่องแผ้วเบิกบาน ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญ
สิ่งสำคัญก็คือจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติให้ครบทั้ง3 ครบองค์3 หมายความว่า ให้เราพิจารณาตาม ถ้าหากทำแต่ความดี ทำทานทำไหมทำ ทำบุญทำไหมทำ แต่ความชั่วก็ยังไม่เลิกไม่งดเว้น ศีลก็ไม่รักษา จิตก็ย่อมไม่มีความผ่องแผ้วไม่เบิกบาน เนื่องจากยังมีความรู้สึกกังวลมีความรู้สึกผิดอยู่ในจิตในใจ มีความเศร้าหมองจากการทำบาป
หากทำครบองค์สอง ไม่เบียดเบียนไม่ทำชั่วไม่ทำเลว แต่กุศลก็ไม่สร้าง เกิดประโยชน์ไหม เกิดประโยชน์บ้างคือไม่เบียดเบียนผู้อื่น แต่ก็ไม่ได้เกิดบุญกุศลสะสมรวมตัว ไม่เกิดบารมีรวมตัว ความผ่องใสความอิ่มใจในบุญก็ไม่ปรากฏ
คราวนี้ต่อไปก็คือทำครบสองข้อ คือบุญก็ทำ ศีลก็รักษา การเบียดเบียนกันความชั่วก็งดเว้น แต่จิตยังไม่มีความผ่องแผ้วยังไม่มีความผ่องใส ยังมีความเศร้าหมอง อันนี้ก็ยังถือว่าไม่ครบองค์ที่ท่านเทศน์ไว้ให้ทำครบทั้งสามประการ
ให้เราพิจารณาต่อว่าจนกระทั่งสุดท้าย บุญกุศลเราก็ทำดีสม่ำเสมอ ทานมหาสังฆทานวิหารทานเราก็ทำ เจริญพระกรรมฐานเราก็ทำ ศีลเราก็รักษา และสุดท้ายความผ่องใสของจิต ซึ่งอันที่จริงถ้าเราปฏิบัติจนเริ่มมีความเข้าใจ เราก็จะเข้าใจว่า ทานนั้นยังให้เกิดกุศล การสร้างกุศลการเริ่มต้นฝึกที่จะทำกุศล การงดเว้นบาปงดเว้นการเบียดเบียนก็คือเรื่องศีล ส่วนการทำจิตให้ผ่องแผ่วเบิกบานได้นั้น ก็มาจากการเจริญภาวนาการเจริญพระกรรมฐาน
ซึ่งจิตที่ผ่องแผ้วเบิกบานเป็นสุขเกิดขึ้นจาก เจริญฌานสมาบัติจนจิตมันมีความเบามีความสบายจนเกิดความผ่องใส เจริญกสิณจิตจนจิตประภัสสร จิตก็มีความผ่องใส เจริญจิตในเมตตาฌานพรหมวิหาร4 จิตมันก็มีความผ่องใส จนถึงที่สุดคือจิตเริ่มขัดเกลาชำระตัดสังโยชน์ตั้งแต่สาม ห้า ไปถึงสิบ ค่อยๆขัดเกลากิเลสความโลภโกรธหลงออกไป จิตมีความบริสุทธิ์ จิตปล่อยวางได้มากขึ้น ความผ่องใสก็ปรากฏขึ้น แต่นัยยะที่พระพุทธองค์ทรงตรัสสอนในโอวาทปาติโมกข์นั้น ความผ่องใสที่สุดก็คือ จิตที่ผ่องใสในระดับที่เข้าถึงซึ่งพระนิพพาน
ดังนั้นหากเราจะปฏิบัติให้ครบตามโอวาทปาติโมกข์นั้น เราก็ต้องครบถ้วนบริบูรณ์ทั้งทานศีลและภาวนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาวนาจนจิตเข้าถึงอารมณ์แห่งอรหัตผลแม้เพียงชั่วคราวก็คืออารมณ์พระนิพพาน อันนี้ก็ถือว่าเราปฏิบัติและเข้าถึงความสำคัญลึกซึ้งที่สุดในวันมาฆบูชา เข้าใจเข้าถึงธรรมะที่พระพุทธองค์ทุกๆพระองค์ต้องทรงตรัสเป็นพุทธประเพณี คือ โอวาทปาติโมกข์
จิตเราน้อมว่าในวันนี้จิตเราเข้าถึงเข้าใจในความลึกซึ้งที่พระพุทธองค์ทรงตรัสสอนแล้ว กำหนดให้จิตเราสัมผัสภาพ เห็นภาพที่พุทธองค์ทรงตรัสเหตุการณ์ในวันนั้น กำหนดโมทนาสาธุกับพระสงฆ์ทุกๆพระองค์ในเหตุการณ์ในวันนั้น น้อมกราบด้วยจิตด้วยความเคารพ จิตหยั่งเข้าถึงความสำคัญวันพระใหญ่ในพระพุทธศาสนา กราบโมทนาจนจิตของเราเกิดความอิ่มอกอิ่มใจอิ่มบุญเต็มกำลัง เมื่อจิตของเรามีบุญมีกุศล เราก็ตระหนักถึงอีกข้อหนึ่งว่า วันนี้เป็นวันพระใหญ่ เป็นวันพระสำคัญ ที่ครูบาอาจารย์ท่านสอนว่าเป็นวันปลอดนรกกาล ก็คือ วันหยุดทำการของนรก วันที่หยุดการลงทัณฑ์ของท่านที่ต้องโทษต้องทุกข์ในนรกภูมิ เราก็อาศัยวันนี้เป็นเหตุสำคัญ
น้อมจิตรำลึกนึกถึงพระพุทธเจ้า อาราธนาพระพุทธองค์ อาราธนาหลวงพ่อ ขอบารมีพระพุทธพระธรรมพระอริยสงฆ์ นำจิตของเรา กายพระวิสุทธิเทพของเราลงไปที่นรกภูมิ บริเวณที่ทำการของพระยายมราชหรือลุงพุฒท่าน ไปถึงก็น้อมจิตน้อมบุญกุศลกราบ ขอถวายอุทิศบุญกุศลทานศีลภาวนาให้กับลุงพุฒท่าน ให้ท่านเป็นพยานบุญในการบุญทุกครั้งของเรา ขอให้ท่านเมตตาสงเคราะห์ หากเราประมาทพลาดพลั้ง จำเป็นที่หลุดเข้ามาที่ สำนักพญายมราช ในการตัดสิน ก็ขอให้ท่านเป็นพยานบุญของข้าพเจ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งจิตเอ่ยอ้างการจัดสร้างพระเจ้าองค์แสนดวงจิตพระนิพพานที่เราสร้างไว้ ขอให้บุญนี้ท่านมีส่วนร่วมเป็นพยานให้เรานึกถึงบุญได้ บุญใหญ่ทั้งหลายให้เรานึกถึงได้
จากนั้นเมื่อเราอธิษฐานของเราแล้ว เราก็อาศัยจุดนี้ อธิษฐานขออนุญาตลุงพุฒท่าน ขอลุงพุฒเมตตาลูกหลาน หากญาติทั้งหลายพ่อแม่ของข้าพเจ้าในชาติปัจจุบันก็ดีที่เสียชีวิตแล้ว หรือพ่อแม่ที่ท่านเป็นบิดามารดาในอดีตชาติ ท่านผู้มีพระคุณของข้าพเจ้า ครูบาอาจารย์ของข้าพเจ้าในอดีตชาติหรือในชาติปัจจุบัน ที่พลาดพลั้งลงมา ญาติทั้งหลายที่อยู่ในวิสัยที่ข้าพเจ้ามีบุญเกื้อหนุนช่วยเหลือได้ ขอท่านทั้งหลายได้เมตตามาปรากฏ ให้ข้าพเจ้าได้อุทิศส่วนกุศล เพื่อปรับภพภูมิ เพื่อโปรดเพื่อให้ท่านทั้งหลายพ้นจากวาระแห่งความทุกข์ พ้นจากโทษในนรกภูมิ หากดวงจิตใดท่านใดอยู่ในวิสัยที่จะพ้น ก็ขอให้ลุงพุฒได้เมตตาอนุญาต ให้มารับส่วนบุญส่วนกุศลด้วยเทอญ
จากนั้นกำหนดจิต กำหนดดูว่ามีมามากน้อยแค่ไหน เราเคยช่วยเคยโปรดไปกี่คน ตอนนี้เหลือมากหรือเหลือน้อย จากนั้นกำหนดจิต อธิษฐานจิต บุญทั้งหลายของตัวข้าพเจ้าเองก็ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุญใหญ่ทั้งหลาย บุญในเขตพระพุทธศาสนา บุญแห่งมหาสังฆทานที่ข้าพเจ้ากระทำบำเพ็ญเป็นนิจ บุญที่ข้าพเจ้าเคยจัดสร้างพระพุทธรูปชำระหนี้สงฆ์องค์ใหญ่ปิดทองสี่ศอก บุญที่ข้าพเจ้าสร้างพระพุทธรูปพระเจ้าองค์แสนดวงจิตพระนิพพาน พระเจ้าองค์แสนพระพุทธรูปสำคัญอื่นๆ บุญที่สร้างพระเจดีย์ สร้างพระอุโบสถ สร้างวิหาร บุญที่เกี่ยวเนื่องกับพระบรมสารีริกธาตุ บุญจากการเจริญพระกรรมฐานโดยเฉพาะอย่างยิ่งเจริญพรหมวิหารสี่ แผ่เมตตาอันไม่มีประมาณ บุญแห่งการเจริญวิปัสสนาญาณเพื่อพระนิพพานเป็นที่สุด บุญทั้งหลายจงรวมตัวกันปรากฏขึ้นเบื้องหน้าท่านทั้งหลาย ให้ท่านทั้งหลายได้โมทนาบุญ และขออาราธนากระแสบุญจากพระนิพพาน คือบุญบารมีของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกพระองค์ พระอรหันต์ทุกๆพระองค์ อันเป็นทานศีลภาวนาบารมี30ทัศที่ท่านบำเพ็ญจนเต็มจนเข้าถึงพระนิพพาน ขออาราธนาลงมาจากพระนิพพานมาปรากฏให้ทุกท่านโมทนาบุญ ท่านที่โมทนาบุญได้จงยกมือขึ้นพนมและเปล่งสาธุการ ว่าสาธุสาธุ3ครั้ง และยกจิตขึ้นสู่ภพภูมิที่สูงขึ้นดีขึ้นด้วยเทอญ ปรากฏขึ้นไหมเป็นแสงสว่างขึ้นไหม จิตทั้งหลายที่โมทนาได้ยิ้มเป็นสุขและลอยขึ้นไปไหม ให้เรากำหนดรู้ ตรงจุดนี้ก็ถือว่าเป็นความดีเป็นกุศลเป็นคุณธรรมที่เราได้แสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อบิดามารดาท่านผู้มีพระคุณครูบาอาจารย์ และญาติทั้งหลายที่เคยเกื้อกูลกันมาในกาลก่อนแม้จะในอดีตชาติก็ตาม เราเกื้อกูลผู้อื่น ความกตัญญูเป็นเครื่องหมายของคนดี เมื่อโปรดตรงจุดนี้เสร็จเรียบร้อย เราก็กำหนดจิตต่อไป ยกจิตขึ้นไปบนพระนิพพาน กลับขึ้นไปบนพระนิพพาน กราบพระพุทธเจ้าอีกครั้ง กราบสมเด็จองค์ปฐมอีกครั้งหนึ่ง
จากนั้นตั้งจิตอธิษฐาน ขอบารมีพระพุทธองค์ ขอบารมีครูบาอาจารย์พระอริยเจ้าพระอริยสงฆ์ทุกท่านเมตตาสงเคราะห์ วันนี้เป็นวันที่เป็นพระใหญ่ก็จริง แต่ก็ยังมีสิ่งที่ถือว่าเป็นอาเพศในสองประการ คือพระจันทร์สีเลือดและเกิดจันทรุปราคาในวันพระใหญ่ อันเป็นสิ่งที่ผิดปกติ รวมถึงโลกก็ประสบกับภัยอันได้แก่ ศึกสงครามครั้งใหญ่ ซึ่งเกิดในเขตระหว่างสองศาสนา เราก็ตั้งจิตอธิษฐานร่วมใจกันสวดมนต์ ขอให้เราเห็นภาพบุญทั้งหลายที่ชาวโลกได้ร่วมกันกระทำบำเพ็ญ ทั้งท่านที่ได้ใส่บาตรในตอนเช้าก็ดี ทำบุญถวายมหาสังฆทาน ถวายผ้าป่าตามวัดวาอารามต่างๆทั่วประเทศแล้วก็ทั่วโลกในวัดต่างๆก็ดี บุญใหญ่แห่งการยกยอดพระเกศพระพุทธรูปองค์ใหญ่ บุญแห่งการยกยอดพระธาตุทองคำที่พระธาตุศรีจอมทองก็ดี บุญแห่งการเจริญวิปัสสนาพระกรรมฐานของสำนักปฏิบัติทั้งหลายทั่วประเทศ บุญที่สาธุชนพุทธบริษัทสี่ ทั้งท่านที่เป็นพระ เณร แม่ชีและอุบาสก อุบาสิกา ทุกสายบุญ ทุกการปฏิบัติ ทุกสายปฏิบัติร่วมใจกันสวดมนต์ โดยเฉพาะยิ่งตั้งจิตอธิษฐานเพื่อช่วยเพื่อค้ำจุนประเทศส่วนรวม ขอให้จิตข้าพเจ้าได้ปรากฏญาณเครื่องรู้เห็น แสงสว่างแห่งบุญทั้งหลายจงปรากฏ ทานศีลภาวนาการเจริญพระกรรมฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสวดมนต์และจิตที่ตั้งมั่นอธิษฐานเป็นเกราะแก้วคุ้มครอง ชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ แม้ต่างคนต่างทำแต่เรามาทำงานปิดทองหลังพระ อธิษฐานจิตขอบารมีแห่งพระโพธิสัตว์พระมหาโพธิสัตว์เจ้า ขอจงสานสายบุญทุกสายประดุจเส้นด้ายแต่ละเส้น เป็นหมื่นเส้นสายบุญแสนเส้นสายบุญล้านเส้นสายบุญ ถักทอขึ้นเป็นผืนหนาแน่นรวมตัวกลายเป็นเกราะแก้วเป็นบุญใหญ่ จากหนึ่งเป็นด้ายเส้นเดียวอาจน้อยเล็ก แต่พอสานรวมกันแสนเส้นล้านเส้นก็กลายเป็นกำลังบุญใหญ่เป็นอภิจิต อธิษฐานจิตขอบุญทั้งหลายทั้งแสนทั้งล้านสายกำลังบุญ แสงสว่างแห่งสายบุญจงรวมตัวกันเป็นบุญใหญ่เป็นบุญมหาศาลเป็นบุญอันปราณีตเป็นบุญอันมีจิตที่มีเจตนา อธิษฐานไว้เพื่อเป็นเกราะแก้วคุ้มครองชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ ให้แผ่นดินไทยอันเป็นเขตจารึกพระพุทธศาสนา รอดปลอดภัยจากภัยพิบัติจากศึกสงครามทั้งปวง จากบาปเคราะห์ทั้งหลาย จากภัยพิบัติทั้งหลาย จากหายนะอาเพศทั้งหลาย ขอบุญนี้จงพลิกเรื่องร้ายให้กลายเป็นดี จากสงครามจากความวุ่นวาย ก็ขอให้จงเปลี่ยน เป็นจุดเปลี่ยนผ่าน เป็นจุดพลิกเข้าสู่ยุคแห่งชาววิไลได้ในที่สุดด้วยเทอญ
อธิษฐานจิตให้เห็นเป็นโดมแก้วเกราะแก้วแสงสว่างคลุมประเทศไทยทั้งหมด อธิษฐานจิตเห็นองค์พระอยู่เหนือโดมแก้วใหญ่คลุมประเทศทั้งหมด
อธิษฐานจิตด้วยพุทธานุภาพ
พุทธังอาราธนานัง ธัมมังอาราธนานัง สังฆังอาราธนานัง
พุทโธอัปมาโน ธัมโมอัปมาโน สังโฆอัปมาโน
พุทธังประสิทธิเม ธัมมังประสิทธิเม สังฆังประสิทธิเม
จากนั้นอธิษฐานจิตสวดตาม พอสวดตามในคาถามงกุฎพระพุทธเจ้า
จบที่ 1 ก็อธิษฐานให้ปรากฏมีองค์พระเพิ่มอีกองค์หนึ่ง อยู่ทางทิศเหนือ
องค์ที่ 2 ทางทิศตะวันออก องค์ที่ 3 ทางทิศใต้ องค์ที่ 4 ทางทิศตะวันตก และองค์ต่อไปก็เรียงไปตามทิศที่เป็นทิศเฉียง
อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธนาเมอิ อิเมนา พุทธะตังโสอิ อิโสตัง พุทธะปิติอิ
อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธนาเมอิ อิเมนา พุทธะตังโสอิ อิโสตัง พุทธะปิติอิ
อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธนาเมอิ อิเมนา พุทธะตังโสอิ อิโสตัง พุทธะปิติอิ
อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธนาเมอิ อิเมนา พุทธะตังโสอิ อิโสตัง พุทธะปิติอิ
อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธนาเมอิ อิเมนา พุทธะตังโสอิ อิโสตัง พุทธะปิติอิ
อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธนาเมอิ อิเมนา พุทธะตังโสอิ อิโสตัง พุทธะปิติอิ
อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธนาเมอิ อิเมนา พุทธะตังโสอิ อิโสตัง พุทธะปิติอิ
อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธนาเมอิ อิเมนา พุทธะตังโสอิ อิโสตัง พุทธปิติอิ
แล้วองค์สุดท้ายก็อยู่ตรงยอดข้างบน
อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธนาเมอิ อิเมนาพุทธตังโสอิ อิโสตัง พุทธะปิติอิ
ขอกำลังพุทธานุภาพอันไม่มีที่สุดไม่มีประมาณ ขอจงมาเป็นยอดมงกุฎพระพุทธเจ้า คลุมล้อมครอบทั่วอนันตจักรวาล ปกป้องสยามประเทศอาณาเขตพระพุทธศาสนา ให้พ้นจากภัยพิบัติ พ้นจากอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมเจริญรุ่งเรืองขึ้นดังสมัยพุทธกาลอีกครั้งด้วยเทอญ
จากนั้นตั้งจิตอาราธนาให้เห็นเป็นลำแสงลงมาจากพระนิพพาน น้อมกระแสบุญจากพระนิพพานลงมา เป็นกำลังพุทธานุภาพ ประสิทธิ์ประสาทยังพระพุทธรูป พระเครื่อง วัตถุมงคลทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระเครื่องวัตถุมงคลที่เราทุกคนมีบูชาไว้ที่บ้าน พระเครื่องพระพุทธรูปที่บ้าน ขอจงปรากฏพระพุทธรูปจงศักดิ์สิทธิ์อัศจรรย์ ขอน้อมกระแสบุญจากพระนิพพานน้อมถวายลงมายังพระสยามเทวาธิราช เทวดาที่พิทักษ์รักษาดูแลชาติบ้านเมืองพระพุทธศาสนา ท่านที่รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระหลักเมือง พระกาลชัยศรี เจ้าพ่อหอกลอง พระคลังมหาสมบัติ สิ่งศักดิ์สิทธิ์เทพพรหมเทวาผู้พิทักษ์รักษาบุคคลที่เจริญพระกรรมฐาน ขอบุญทั้งหลายจงประสิทธิ์ประสาทจงถึงท่าน ขอท่านทั้งหลายจงโมทนาบุญทุกอย่างทุกประการ ขอจงมีจิตโสมนัสศรัทธาในมนุษย์ที่ยังมีความดีมีกุศล ขอจงเมตตาศรัทธาในมนุษย์ผู้ยังหมั่นสร้างบุญสร้างกุศลสร้างความดีสม่ำเสมอ ขอท่านเมตตาสงเคราะห์โปรดช่วยเหลือข้าพเจ้า ดลจิตดลใจข้าพเจ้าให้ปลอดภัยรอดพ้นจากภัยพิบัติทั้งปวง ขอเมตตาดลจิตดลใจให้ข้าพเจ้ามีความโชคดีมีโชคลาภมีความสวัสดิมงคล ดลใจให้ข้าพเจ้าไปแต่ในสถานที่ที่เป็นอุดมงคล ไปในสถานที่ที่มีแต่กัลยาณมิตร ไปในสถานที่ที่มีแต่เนื้อนาบุญสายบุญสายสมบัติ ขอให้ข้าพเจ้าหลีกพ้นจากคนพาลคนชั่วคนที่เป็นมิจฉาทิฐิทั้งปวง ห่างจากที่ที่คนชั่วคนที่พบประสบกับวิบากกรรมมารวมตัวกัน ขอบุญจงรักษาเทวดาจงคุ้มครอง กำหนดจิต อธิษฐานให้เห็นเทวดาพรหมที่พิทักษ์รักษาเรา กำหนดจิตกราบทุกท่านทุกๆพระองค์ อธิษฐานจิตว่าทุกครั้งที่เราไปไหว้พระ ไปทำบุญ ไปสร้างกุศล ไปถวายทาน ไปถวายมหาสังฆทาน เจริญพระกรรมฐาน ทั้งสิ่งที่เป็นบุญทานในเขตพระพุทธศาสนาก็ดีนอกเขตพระพุทธศาสนาก็ดี เช่นการสงเคราะห์มนุษย์และสัตว์ ก็ขอให้ท่านทั้งหลายได้โมทนาบุญกับข้าพเจ้าทุกครั้งโดยอัตโนมัติ แม้ข้าพเจ้าอาจลืมบอกกล่าวอาจลืมชวนก็ขอให้ท่านเมตตารับรู้รับทราบโมทนาบุญโดยอัตโนมัติทุกครั้ง เพื่อให้ท่านได้รับในบุญในกุศลเช่นเดียวกับข้าพเจ้าด้วยทุกประการเทอญ เทวดาพรหมทั้งหลาย รุกขเทวดาทั้งหลาย ภุมิเทวดาทั้งหลาย เจ้าที่เจ้าทางที่บ้านเรือนเคหสถานทั้งหลาย เทวดาพรหมที่ท่านคุ้มครองรักษาข้าพเจ้า ขอท่านได้รับบุญได้รับกุศลเต็มทุกประการด้วยเทอญ
จากนั้นกำหนดจิต อธิษฐานบุญที่ข้าพเจ้าได้เจริญพระกรรมฐานเพื่อส่วนรวมนี้ ขอบุญทั้งหลายเหล่านี้จงสำเร็จประโยชน์ด้วยจิตอันบริสุทธิ์ของข้าพเจ้า สานสายบุญทั่วโลกทั่วจักรวาลให้เป็นหนึ่ง ขอจงเป็นกำลังคุ้มครองให้ดินแดนนี้เป็นที่จารึกพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง มากด้วยพระอริยเจ้า มากด้วยพระโพธิสัตว์มากด้วยพระสุปฏิปันโน ผู้คนเข้าถึงมรรคผลพระนิพพานได้โดยง่าย เข้าสู่ยุคชาววิไลตราบพันปี และศาสนาเจริญต่อเนื่องไปตราบ 5,000ปี
จากนั้นกำหนดอาราธนากระแสบุญจากพระนิพพาน แผ่เมตตาลงมายังสามภพภูมิ นับตั้งแต่อรูปพรหมทั้ง4 พรหมโลกทั้ง16ชั้น อากาศเทวดาทั้ง6ชั้น แผ่เมตตาให้กับภูมิเทวดารุกขเทวดาทั่วทั้งโลกทั่วทุกดวงดาวทั่วอนันตจักรวาล แผ่เมตตาให้กับมนุษย์และสัตว์ที่มีขันธ์5กายเนื้อกายหยาบทั้งโลกและทุกดวงดาวทั่วอนันตจักรวาล แผ่เมตตาให้กับบรรดาดวงจิตโอปปาติกะสัมภเวสีทั้งหลาย ดวงจิตดวงวิญญาณชาวเมืองบังบดลับแลทั้งหลายมิติที่ทับซ้อนทั้งหลาย ชาวครุฑนาคคนธรรพ์วิทยาธรทั้งหลาย แผ่เมตตาให้กับบรรดาเปรตอสูรกายทั้งหลายสัตว์นรกทั้งหลาย
ขอบุญขอกุศลขอความดีขอกระแสเมตตาจงหลั่งรินหลั่งไหล ลงสู่จิตสู่ใจทุกดวงของสรรพสัตว์ทั่วสังสารวัฏทุกดวงจิต ไม่เลือกที่รักไม่มักที่ชัง เมตตาต่อสรรพสัตว์ทั้งหลายเสมอกัน
ขอทุกดวงจิตจงเข้าถึงความสุข ขอทุกดวงจิตจงเข้าถึงกุศล
ขอทุกดวงจิตจงเข้าถึงความชุ่มเย็น ขอทุกดวงจิตจงเข้าถึงความเป็นสัมมาทิฐิ
ขอทุกดวงจิตจงเข้าถึงกระแสแห่งธรรมะ ขอทุกดวงจิตจงเข้าสู่กระแสแห่งพระนิพพาน แผ่เมตตาสว่างผ่องใส แล้วก็ตั้งจิตอธิษฐานว่า ด้วยบุญแห่งการเจริญพระกรรมฐานของข้าพเจ้านี้ ขอให้ข้าพเจ้าปลอดภัยจากภัยพิบัติทั้งปวง ขอให้ข้าพเจ้านี้เข้าสู่ยุคชาววิไล ขอให้ข้าพเจ้านี้เข้าสู่มรรคผลพระนิพพาน ขอความสุขขอความเจริญขอความอิ่มใจจงปรากฏกับข้าพเจ้า ขอเทวดาพรหมทั้งหลายผู้เป็นสัมมาทิฐิ ได้เมตตาโปรดสงเคราะห์จดจำข้าพเจ้า สงเคราะห์เกื้อกูลข้าพเจ้าด้วยเทอญ
จากนั้นก็ให้เรากำหนดจิต กราบลา กราบลาพระพุทธเจ้า กราบลาพระธรรม กราบลาพระปัจเจกพุทธเจ้า กราบลาพระอริยสงฆ์ กราบลาพระอรหันต์ กราบลาครูบาอาจารย์เทพพรหมเทวาทุกๆพระองค์ กราบด้วยความนอบน้อมกราบด้วยความเคารพกราบด้วยความอิ่มใจ จิตมีความตั้งมั่นมีความเชื่อมั่นว่าบุญรักษาเราปลอดภัยแน่นอน พระพุทธพระธรรมพระอริยสงฆ์เมตตาสงเคราะห์เราแน่นอน เทพพรหมเทวาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ผู้มีฤทธิ์ทั้งหลายเมตตาสงเคราะห์เราแน่นอน ปลอดภัยจากภัยพิบัติทั้งหลายแน่นอน แคล้วคลาดจากภยันอันตรายทั้งหลายแน่นอน
จากนั้นพุ่งจิตกลับลงมาที่โลกมนุษย์ กำหนดให้เป็นแสงสว่างคลุมกาย กำหนดน้อมกระแสบุญจากพระนิพพานส่องคลุมวัตถุมงคลพระเครื่องที่เราแขวน สายสร้อยที่เราใส่ แหวนที่เราใส่ กำไลที่เราใส่ นาฬิกาที่เราใส่ เสื้อผ้าอาภรณ์ทั้งหลาย วัตถุมงคลเครื่องประดับทั้งหลาย เมื่ออยู่ในกายของข้าพเจ้าจงมีแต่กำลังพุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ สังฆานุภาพ เทวดานุภาพ พรหมานุภาพ มาประสิทธิประสาท ศักดิ์สิทธิ์กันรังสีกันอาวุธนิวเคลียร์ กันโรคระบาดกันอวิชชาคุณไสย กันเสนียดจัญไรทั้งปวง สิ่งใดสัมผัสกายข้าพเจ้าจงเป็นของศักดิ์สิทธิ์จงเป็นของมงคล แม้สิ่งที่เป็นอวิชชาสิ่งที่เป็นคุณไสยก็ขอจงสลายออกไปก่อนมาสัมผัสต้องตัวข้าพเจ้านับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป มีเกราะแก้วแห่งบุญคอยคุ้มครองรักษา
จากนั้นก็ให้เราอธิษฐานโมทนาบุญกับเพื่อนๆทั้ง 118 ท่านที่เจริญพระกรรมฐานร่วมกันในวันนี้ ค่อยๆถอนจิตจากสมาธิช้าๆ หายใจเข้าช้าลึกยาว พุทโธ ธัมโม สังโฆ ถอนจิตช้าๆจากสมาธิ
สำหรับวันนี้ก็ขอโมทนาบุญกับทุกท่าน ขอให้ทุกคนมีความสุขความเจริญ แล้วก็สำหรับเหตุการณ์ต่างๆที่ปรากฏขึ้นกับโลกในช่วงนี้ก็ให้เราตั้งสติไว้ เตรียมตัวแต่พอดี แต่เราก็ไม่ประมาท น้ำมันก็เติมไว้เต็มถัง ช่วงนี้อะไรที่เราพอประหยัดได้ก็ประหยัด เตรียมน้ำดื่มสะอาด เตรียมอาหารแห้งไว้บ้างสักสองสัปดาห์ เหตุการณ์ต่างๆมันอาจจะมีการขยายดูเหมือนเกิดความรุนแรงบ้าง แต่เราก็อย่าเพิ่งไปตกใจอะไรมากเกินไป ประเทศไทยเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ น่าจะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงมาก ไม่ได้เป็นเขตที่เป็นสมรภูมิสงครามโดยตรง แต่ผลกระทบทางอ้อม เช่นน้ำมันราคาแพงขาดแคลนสินค้าบางอย่าง ขาดแคลนเนื่องจากการขนส่งทางเรือก็ดีทางเครื่องบินก็ดี มันถูกปิดเส้นทาง ดังนั้นก็อาจจะมีความลำบากอยู่บ้าง เราก็เน้นกินของไทยใช้ของไทย แล้วก็นับตั้งแต่ตอนนี้ก็ถ้าเป็นไปได้ สำหรับคนที่อยู่ต่างประเทศ ถ้ามีลู่ทางที่จะกลับมาประเทศไทยได้ก็ควรกลับมาก่อน ไม่ว่าอยู่ประเทศไหนก็ตาม และอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญก็คือส่วนคนไทยที่ตอนนี้อยู่ประเทศไทย การเดินทางไปต่างประเทศตอนนี้ถ้างดเว้นได้ก็งดเว้น อยู่ประเทศไทยไว้ค่อนข้างจะปลอดภัยที่สุด โปรแกรมเที่ยวถ้าcancelได้ก็cancelไป อยู่ประเทศไทยทำบุญ ส่วนเรื่องภัยพิบัติต่างๆนั้นก็ให้เราติดตามสถานการณ์ แต่ความรุนแรงชนิดที่ว่าเต็มที่มันก็ไม่มี แต่หากอีกหน่อยสงครามที่มันขยายเขตจนมันปรากฏในหลายพื้นที่บนโลกเพิ่มขึ้นแล้วมันขยับกลายเป็นกฎอัยการศึกโลก ช่วงเวลานั้นถ้าจำเป็นต้องอยู่บ้านเราก็พยายามอยู่บ้านให้มากที่สุด อย่าออกไปข้างนอก มันจะเป็นช่วงที่อาจารย์เคยเตือนเคยบอกว่ามันจะเป็นช่วงกวาดล้างคนชั่วล้วนๆครั้งใหญ่ ตอนนั้นเราอย่าออกไปไม่ว่าจะมีเหตุการณ์อะไรก็ตาม จำไว้เรื่องนี้ค่อนข้างสำคัญ สำหรับสัปดาห์หน้า อาจารย์เดินทางไปทำบุญที่จังหวัดสกลนครและกาฬสินธุ์ก็น่าจะไม่ได้สอนสมาธิ แล้วช่วงนี้ก็จะเป็นช่วงที่มีการประกาศคอร์สเมตตาสมาธิวันที่22มีนาคม ถ้าเป็นไปได้ก็พยายามมาปฏิบัติ ยิ่งมีภัยมีศึกสงครามมากเท่าไหร่ เรายิ่งต้องปฏิบัติให้เข้มข้นขึ้น พิจารณาความตายมากขึ้น ฝึกปล่อยวางให้มากขึ้น ฝึกที่จะอยู่ง่ายกินง่าย กินมื้อเดียวได้ยิ่งดี ถือว่าเราได้ดูแลสุขภาพไปพร้อมกัน ช่วงนี้ฝึกกินมื้อเดียวได้ยิ่งดี กินให้ง่ายอยู่ให้ง่ายไว้
สำหรับวันนี้ก็ขอโมทนาบุญกับทุกคน บุญที่เราช่วยกันเจริญพระกรรมฐานเป็นกำลังที่ช่วยคุ้มกันคุ้มครองประเทศไทยไว้ ก็ขอโมทนากับทุกคนด้วย สำหรับวันนี้สวัสดี
ถอดเสียงและเรียบเรียงโดย : รัตนา วงศ์ดีประสิทธิ์





